การฝึกนิ้วแบบ Symmetrical
คำว่า symmetrical นั้นตามตามความหมายจะหมายถึง ความสมมาตร ความเท่ากัน หรือความมีสัดส่วนที่รับกัน เหมือนแขนงหนึ่งของวิชาเลขที่เราเคยเรียนนั่นแหละ แต่ในความหมายทางดนตรี หรือทางกีตาร์นั้น จะหมายความว่า การที่ใช้ฟอร์มหรือรูปแบบที่คล้าย ๆ กัน หรือเหมือนกัน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ทั้งในลักษณะของตัวโน๊ตที่เรียงต่อเนื่องกัน หรือทิศทางการวางนิ้วหรือเดินนิ้ว ซึ่งส่วนมากจะใช้เพื่อเป็นการฝึกนิ้วในการโซโลเราลองมาดูตัวอย่างแรกกันเลย
ขั้นตอนในการฝึกหัดและเรียนรู้กีตาร์
1. คุณต้องมีความรู้สึกว่าอยากจะเล่นจริง ๆ อย่างน้อยอาจจะมีแนวเพลงในดวงใจ หรือศิลปินที่อยากจะเล่นให้ได้เหมือนเขา เพราะจะทำให้มีกำลังใจในการฝึก แต่อย่าอคติกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเช่นไม่ชอบตีคอร์ดจะเล่นลี๊ดอย่างเดียว หรือจะหัดแต่เพลงหนัก ๆ โดยไม่แคร์ถึงพื้นฐานที่ควรรู้มาถึงจะเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ให้ได้ดังใจเลย จำไว้นับเลขก็ต้องเริ่มจากศูนย์ก่อนจะไปเป็นหนึ่ง..สอง...สาม ใจเย็น ๆ อย่ารีบร้อน ค่อย ๆ ฝึกฝนหาความรู้เพิ่มเติมเรื่อย ๆ
2. คุณต้องมีกีตาร์เป็นของตัวเอง เพื่อสะดวกในการฝึกหัด ดูเรื่องการเลือกซื้อกีตาร์ได้ในการเลือกซื้อกีตาร์และสายกีตาร์ นอกจากนี้รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เท่าที่จำเป็นเช่น ปิ๊ค, ถุงหรือกล่องใส่กีตาร์, น้ำยาและผ้าเพื่อทำความสะอาด เป็นต้น ดูรายละเอียดเรื่องอุปกรณ์เสริมในการเล่นกีตาร์ได้
3. มีความรู้เบื้องต้นในการตั้งสายก่อน เพราะถ้าสายคุ้นเพี้ยนเล่นยังไงก็ไม่เพราะแน่ จึงต้องมีความรู้ในการตั้งสายแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งด้วยมือเปล่าหรือการใช้เครื่องตั้งสายช่วยก็ตาม และเมื่อเป็นแล้วสิ่งหนึ่งที่ควรทำเสมอคือทุกครั้งที่คุณหยิบกีตาร์มาเล่นควรจะเช็คเสียงก่อนว่าเพี้ยนมั๊ยถ้าเพี้ยนก็ตั้งใหม่ เพราะสิ่งนี้จะฝึกให้คุณคุ้นเคยกับเสียงของแต่ละสาย ซึ่งจะทำให้คุณตั้งสายได้รวดเร็วขึ้น ได้เสียงที่ถูกต้องสมบูรณ และยังมีประโยชน์ต่อไปในการแกะเพลงอีกด้วย รวมถึงการศึกษาคอร์ดเบื้องต้นต่าง ๆ เช่น C, Am, Dm, G7 เป็นต้นอาจจะดูจากหนังสือเพลงว่าจับอย่างไรใช้นิ้วไหนจับวางนิ้วยังไง ขั้นแรกไม่ต้องสนใจคอร์ดอื่น ๆ ฝึกแค่ 3 - 4 คอร์ดให้คุ้นเคยก่อน หาเพลงที่ประกอบด้วยคอร์ดง่าย ๆ ดังกล่าวเล่น
4. จากนั้นฝึกตีคอร์ดแบบง่าย ๆ ก่อนกับเพลงง่าย ๆ ที่ใช้คอร์ดที่เรารู้จักและจับไม่ยาก ช่วงนี้เองคุณก็ถือโอกาสหัดจับคอร์ดอื่น ๆ ที่ยังไม่รู้จักด้วยเลย ฝึกการตีคอร์ดให้สัมพันธ์กับการเปลี่ยนคอร์ดและจังหวะของเพลง ค่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ วันนี้ไม่ได้พรุ่งนี้เอาใหม่ เดี๋ยวก็ได้เอง
5. เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการจับคอร์ด การตีคอร์ดแล้วแนะนำให้หาหนังสือมาฝึกเล่มแรกที่ผมใช้คือ "PICKING" เล่มหนา ๆ แล้วก็พวก หนังสือในเครือเพื่อนนักกีตาร์อีกหลาย ๆ เล่ม ซึ่งบางเล่มก็มีเทปให้ด้วย
แต่ในปัจจุบันมีการทำ CD-ROM สอนกีตาร์มากมายของไทยที่เห็นก็มีของ อ. แดง มี 3 ภาค นอกจากนี้ก็ยังมีของฝรั่งอีกหลายแบบ เพื่อน ๆ ลองไปดูที่พันธิพย์ก็ได้ถ้าสนใจ สิ่งนี้สำคัญมาก ความรู้มีอยู่ทั่ว ๆ ไปพยายามหามา เก็บเกี่ยวมาไว้กับเรา เมื่อเราไม่สามารถไปเรียนได้ก็ต้องใช้วิธีนี้ อย่าดูถูกคนอื่นเขาอาจจะเล่นไม่เก่งเหมือนเราแต่เขาอาจจะมีแนวคิดอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์ก็ได้ ดังนั้นอย่าปิดกั้นตัวเอง อย่าอคติกับคนอื่น
การใช้งานมือขวา
การดูแลโดยทั่วไปสำหรับมือขวานะคือไม่ควรไว้เล็บยาวจนเกินไปโดยเฉพาะ นิ้วชี้ ,กลาง และนิ้วนางเพราะจะทำให้ดีดสายกีตาร์หรือแม้แต่จับปิคได้ไม่สะดวก แต่อาจไว้เล็บพอประมาณเพื่อใช้เกากีตาร์
สำหรับผู้ที่ถนัดซ้ายนั้นการเล่นก็จะกลับกับคนถนัดขวาคือ มือซ้ายจะใช้ดีด แต่มือขวาจะมาจับคอร์ดแทน ซึ่งกีตาร์สำหรับคนถนัดซ้ายนั้นก็มีขายนะ แต่ถ้ามันหายากนักผมว่าก็ใช้กีตาร์ของแบบถนัดขวา(แต่พยายามอย่าเลือกแบบคอเว้า หรือมีปิคการ์ดด้านล่างนะครับ) แล้วก็ใส่สายใหม่โดยกลับสายจากสายบนสุด ไปใส่ล่างสุดแทนก็ได้ แต่ก็มีนะครับนักกีตาร์มีซ้ายที่ใช้กีตาร์แบบเล่นมือขวามากลับพลิกแล้วเล่นเลยไม่ต้องเปลี่ยนสงเปลี่ยนสายให้เสียเวลา ดังนั้นสาย 1 จะมาอยู่บน สาย 6 จะไปอยู่ล่าง เช่น นักกีตาร์โฟล์คหญิงที่ชื่อ Elizabeth Cotten แต่ผมก็ไม่รู้นะครับว่าเค้าเล่นยังไงเคยฟังแต่เพลงเค้าเก่งจริง ๆ ครับและก็ยังมีอีกเป็นนักกีตาร์บลูส์แต่ผมลืมชื่อไปแล้ว ดังนั้นคนที่ถนัดซ้ายไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรผมว่าเท่ซะอีก และนักกีตาร์มือซ้ายที่โด่งดังเช่น jimi hendrix สุดยอดคนหนึ่งของวงการกีตาร์และ kurt cobain แห่ง nirvana ผู้ล่วงลับ เป็นต้น
การฝึกหัดดีด
ต่อไปลองดีดเป็นจังหวะ ๆ แล้วเปลี่ยนคอร์ดนะโดยการดีดลง 1 ทีนับ 1 เราฝึกโดยดีดลง 4 ครั้งแล้วเปลี่ยนคอร์ดนะเริ่มกันเลย
C Am Dm G7
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4
นับจังหวะการดีดดังนี้ (ดูจากรูปลูกศรลงคือการดีดลง 1 ครั้ง) จับคอร์ด C ดีดลงนับ 1 ดีดลงนับ 2 ดีดลงนับ 3 ดีดลงนับ 4 เปลี่ยนคอร์ดเป็น Am แล้วดีดเช่นเดิมอีก 4 จังหวะ จึงเปลี่ยนเป็นคอร์ด Dm ดีดอีกสี่จังหวะ เปลี่ยนเป็นคอร์ด G7 ดีดอีก 4 จังหวะแล้วเปลี่ยนกับไปเป็นคอร์ด C .....ทำเช่นนี้ต่อไป
ช่วงแรกขอให้เพื่อน ๆ ฝึกเท่านี้ก่อนที่จะไปฝึกอย่างอื่น อย่าลืมนะสำคัญมากคุณควรจะฝึกการดีดให้เป็นจังหวะจะโคน เปลี่ยนคอร์ดให้สัมพันธ์กับจังหวะและการดีดกีตาร์ โดยคุณอาจจะลองเปลี่ยนจากการดีด 4 จังหวะมาเป็น 3 จังหวะแล้วเปลี่ยนคอร์ด 2 จังหวะแล้วเปลี่ยนคอร์ด หรือ
พัฒนาฝีมือไปอีกขั้น
1. รู้จักโน๊ตบนฟิงเกอร์บอร์ดกันก่อน
ดังที่ได้เคยกล่าวไว้แล้วว่าขนาดของสายและการกำหนดความสั้นยาวของสายโดยกดสายแต่ละเส้นที่แต่ละเฟร็ตนั้นจะทำให้ได้ระดับเสียงที่ต่างกันไป ซึ่งหมายถึงทุก ๆ ช่องบนคอกีตาร์จะมีระดับเสียงหรือโน็ตประจำอยู่นั่นเองแต่ก่อนอื่นผมขอแนะนำให้รู้จักโน็ตดนตรีเบื้องต้นกันก่อน
1.1 รู้จักโน๊ตดนตรีกันนิดนึง
โน็ตดนตรีคือเครื่องหมายที่แทนค่าเสียงดนตรีนั่นเองเพื่อให้มีความเป็นสากลในการบันทึกเช่นการเขียนหนังสือให้คนอ่านหนังสืออ่านอ่าน แต่โน็ตใช้บันทึกดนตรีให้นักดนตรีเล่น เราจะแบ่งพิจารณาใน 2 ลักษณะคือ
- ระดับเสียงสูงต่ำของโน๊ตดังกล่าว โดยสามารถทราบจากระบบ "บรรทัด 5 เส้น" (staff)
- ระยะความสั้นยาวของเสียงดังกล่าวหรือเรียกว่าจังหวะ โดยจะทราบจากลักษณะของตัวโน๊ต เช่น โน๊ตตัวกลม ตัวดำ เป็นต้น